วัสดุฉนวนกันความร้อน

ผนังโฟม , โฟมก่อสร้าง , โฟมสร้างบ้าน , ฉนวนกันความร้อน
Share on facebook
Share on twitter
Share on google

ปัจจุบันวัสดุฉนวนกันความร้อนได้รับความนิยมนำมาใช้กันอย่างแพร่หลายในแวดวงการก่อสร้าง เพราะด้วยอากาศที่ร้อนจัดเราจึงต่างหันมาใส่ใจเลือกเฟ้นวัสดุฉนวนกันความร้อน เพื่อใช้ก่อสร้างในส่วนของผนังและฝ้าร่วมกับวัสดุก่อสร้างประเภทอื่นๆ ซึ่งการเลือกวัสดุฉนวนกันความร้อนที่ดีควรพิจารณาจากทั้ง 3 ค่า ดังนี้

 

ค่าการนำความร้อน (Thermal Conductivity) เรียก “ค่า K” หน่วย W/m.K

ค่าความต้านทานความร้อน (Thermal Resistivity) เรียก “ค่า R” หน่วย m2K/W

 

      และ ค่าสัมประสิทธิ์การถ่ายเทความร้อน (Heat transfer coefficient) เรียก “ค่า U” หน่วย W/m2K

หน่วย W = Watt (วัตต์) , m = meter (เมตร), K = Kelvin (เคลวิน)

 

เรามาเริ่มทำความรู้จักที่ค่าการนำความร้อน เป็นค่าที่ได้จากการวัดอัตราการถ่ายเทความร้อนผ่านเนื้อวัสดุ บ่งบอกถึงการยอมให้ความร้อนไหลผ่านตัววัสดุ กล่าวได้ว่าหากวัสดุมีค่าการนำความร้อนต่ำ แสดงว่าวัสดุนั้นไม่ยอมส่งและรับความร้อนจากจุดที่มีอุณหภูมิสูงกว่าผ่านตัวมันเองไปยังจุดที่มีอุณหภูมิต่ำกว่า จึงนับว่าเป็นวัสดุฉนวนกันความร้อนที่ดี

 

ถัดมาคือค่าความต้านทานความร้อน เป็นค่าที่ได้จากการเทียบสัดส่วนระหว่างความหนาและค่าการนำความร้อนของวัสดุ ดังสมการ

 

ค่าความต้านทานความร้อน (R)  =  ความหนาของวัสดุ/ค่าการนำความร้อน (K)

 

หากลองคำนวณค่าความต้านทานความร้อน โดยเทียบวัสดุต่างชนิดกันแต่กำหนดความหนาไว้เท่ากัน พบว่าวัสดุที่มีค่าความต้านทานความร้อนที่สูงกว่าจะเป็นวัสดุฉนวนกันความร้อนที่ดีกว่า

 

อันดับสุดท้ายคือ ค่าสัมประสิทธิ์การถ่ายเทความร้อน เป็นค่าที่บอกถึงปริมาณความร้อนที่ไหลผ่านตัววัสดุ ซึ่งค่าสัมประสิทธิ์การถ่ายเทความร้อนมีความสัมพันธ์กับค่าความต้านทานความร้อนดังสมการ

 

ค่าสัมประสิทธิ์การถ่ายเทความร้อน (U) = 1/ค่าความต้านทานความร้อน (R)

 

ฉะนั้นหากวัสดุมีค่าความต้านทานความร้อนสูงจะส่งผลให้ค่าสัมประสิทธิ์การถ่ายเทความร้อนต่ำ กล่าวง่ายๆได้ว่าหากวัสดุต้านทานความร้อนได้ดี ปริมาณความร้อนที่ไหลผ่านก็จะน้อย    

 

บทสรุปค่าควรรู้ในการเลือกใช้วัสดุฉนวนกันความร้อนที่ดีจะต้องมีค่า K และค่า U ต่ำ แต่ค่า R สูง

สำหรับโฟมกันความร้อน (Expandable Polystyrene) ที่มีค่าการนำความร้อนต่ำเพียง 0.03 W/m.K จัดเป็นวัสดุฉนวนกันร้อนที่ดีมีความคุ้มค่า เมื่อเทียบราคากับคุณสมบัติความเป็นฉนวนกันความร้อน ความแข็งแรง ความสามารถในการรับน้ำหนัก ความทนทาน เหล่านี้จึงทำให้โฟมกันความร้อนนิยมนำไปใช้เป็นโฟมสร้างบ้าน ในส่วนประกอบของฝ้าโฟม และผนังโฟม ที่มักจะได้รับความร้อนจากแสงแดดโดยตรง  

ปัจจุบันวัสดุฉนวนกันความร้อนได้รับความนิยมนำมาใช้กันอย่างแพร่หลายในแวดวงการก่อสร้าง เพราะด้วยอากาศที่ร้อนจัดเราจึงต่างหันมาใส่ใจเลือกเฟ้นวัสดุฉนวนกันความร้อน เพื่อใช้ก่อสร้างในส่วนของผนังและฝ้าร่วมกับวัสดุก่อสร้างประเภทอื่นๆ ซึ่งการเลือกวัสดุฉนวนกันความร้อนที่ดีควรพิจารณาจากทั้ง 3 ค่า ดังนี้

ค่าการนำความร้อน (Thermal Conductivity) เรียก “ค่า K” หน่วย W/m.K

ค่าความต้านทานความร้อน (Thermal Resistivity) เรียก “ค่า R” หน่วย m2K/W

และค่าสัมประสิทธิ์การถ่ายเทความร้อน (Heat transfer coefficient) เรียก “ค่า U” หน่วย W/m2K

หน่วย W = Watt (วัตต์) , m = meter (เมตร), K = Kelvin (เคลวิน)

เรามาเริ่มทำความรู้จักที่ค่าการนำความร้อน เป็นค่าที่ได้จากการวัดอัตราการถ่ายเทความร้อนผ่านเนื้อวัสดุ บ่งบอกถึงการยอมให้ความร้อนไหลผ่านตัววัสดุ กล่าวได้ว่าหากวัสดุมีค่าการนำความร้อนต่ำ แสดงว่าวัสดุนั้นไม่ยอมส่งและรับความร้อนจากจุดที่มีอุณหภูมิสูงกว่าผ่านตัวมันเองไปยังจุดที่มีอุณหภูมิต่ำกว่า จึงนับว่าเป็นวัสดุฉนวนกันความร้อนที่ดี

ถัดมาคือค่าความต้านทานความร้อน เป็นค่าที่ได้จากการเทียบสัดส่วนระหว่างความหนาและค่าการนำความร้อนของวัสดุ ดังสมการ

ค่าความต้านทานความร้อน (R)  =  ความหนาของวัสดุ/ค่าการนำความร้อน (K)

หากลองคำนวณค่าความต้านทานความร้อน โดยเทียบวัสดุต่างชนิดกันแต่กำหนดความหนาไว้เท่ากัน พบว่าวัสดุที่มีค่าความต้านทานความร้อนที่สูงกว่าจะเป็นวัสดุฉนวนกันความร้อนที่ดีกว่า

อันดับสุดท้ายคือ ค่าสัมประสิทธิ์การถ่ายเทความร้อน เป็นค่าที่บอกถึงปริมาณความร้อนที่ไหลผ่านตัววัสดุ ซึ่งค่าสัมประสิทธิ์การถ่ายเทความร้อนมีความสัมพันธ์กับค่าความต้านทานความร้อนดังสมการ

ค่าสัมประสิทธิ์การถ่ายเทความร้อน (U) = 1/ค่าความต้านทานความร้อน (R)

ฉะนั้นหากวัสดุมีค่าความต้านทานความร้อนสูงจะส่งผลให้ค่าสัมประสิทธิ์การถ่ายเทความร้อนต่ำ กล่าวง่ายๆได้ว่าหากวัสดุต้านทานความร้อนได้ดี ปริมาณความร้อนที่ไหลผ่านก็จะน้อย    

บทสรุปค่าควรรู้ในการเลือกใช้วัสดุฉนวนกันความร้อนที่ดีจะต้องมีค่า K และค่า U ต่ำ แต่ค่า R สูง

สำหรับโฟมกันความร้อน (Expandable Polystyrene) ที่มีค่าการนำความร้อนต่ำเพียง 0.03 W/m.K จัดเป็นวัสดุฉนวนกันร้อนที่ดีมีความคุ้มค่า เมื่อเทียบราคากับคุณสมบัติความเป็นฉนวนกันความร้อน ความแข็งแรง ความสามารถในการรับน้ำหนัก ความทนทาน เหล่านี้จึงทำให้โฟมกันความร้อนนิยมนำไปใช้เป็นโฟมสร้างบ้าน ในส่วนประกอบของฝ้าโฟม และผนังโฟม ที่มักจะได้รับความร้อนจากแสงแดดโดยตรง  

บทความ
โฟมแผ่น , โฟมก้อน ,โฟมลอยรถยนต์

วิธีใช้ โฟมลอยรถยนต์

โฟมลอยรถยนต์ ช่วยรักษาทรัพย์สินของคุณหากน้องน้ำมาเยือน รายละเอียดและราคาโฟมEPS ตามสเปครถยนต์ค่ะ . เร

Read More »
โยธาโฟม , yothafoam

โยธาโฟม คืออะไร

อะไร คือ โยธาโฟม (Yothafoam) ตอนที่ 1 เป็นระบบก่อสร้างอาคาร หรือบ้านเรือนโดยใช้ โฟม EPS (Expanded Po

Read More »
geofoam , จีโอโฟม ,โยธาโฟม

geofoam ทำไรได้บ้าง

Q : GEOFOAM เหมาะใช้กับการก่อสร้างรูปแบบใด?A : GEOFOAM คือ การก่อสร้างโดยนำโฟมก้อน EPS (ความหนาแน่นส

Read More »
No more posts to show
วีดีโอ Foam Factor by โยธาโฟม
โฟมสร้างบ้าน,โฟมกันความร้อน,โฟมปรับระดับพื้น,ผนังโฟม,โฟมแผ่น

Foam Factor by โยธาโฟม EP.04

รายการ Foam Factor EP.4 ชวนคุณมาทำความเข้าใจเกี่ยวกับเรื่องราวความเบา และความสามารถในการลอยน้ำของโฟม EPS

Read More »

บทความที่เกี่ยวข้อง

โฟมแผ่น , โฟมก้อน ,โฟมลอยรถยนต์

วิธีใช้ โฟมลอยรถยนต์

โฟมลอยรถยนต์ ช่วยรักษาทรัพย์สินของคุณหากน้องน้ำมาเยือน รายละเอียดและราคาโฟมEPS ตามสเปครถยนต์ค่ะ . เร

Read More »
โยธาโฟม , yothafoam

โยธาโฟม คืออะไร

อะไร คือ โยธาโฟม (Yothafoam) ตอนที่ 1 เป็นระบบก่อสร้างอาคาร หรือบ้านเรือนโดยใช้ โฟม EPS (Expanded Po

Read More »
error: Content is protected !!